TRENDING: กบข เน้นทองคำ ปี 68 โต 9% Read More

TRENDING: คิง เพาเวอร์ จับมือบัตเตอร์แบร์ เปิดสาขาใหม่สนามบินดอนเมือง Read More

TRENDING: SAM จับมือ NCB Read More

TRENDING: กบข ทำถึง ผลตอบแทนปี 68เกือบ 6% Read More

TRENDING: อัสสเดช ประกาศแผน 3 ปี ตลาดฯใช้กลยุทธ์เคาะประตู บจ รับผิดชอบ CG Read More

กรกฎาคม 21, 2026

BAM เดินหน้าขยายพอร์ตสินทรัพย์ รับโอนหนี้ด้อยคุณภาพจาก

SCB มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ต่อยอดโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM”

   BAM ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) ของประเทศไทย เดินหน้าตามแผนการลงทุนในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ด้วยการเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพแบบ Exclusive Big Lot จากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มูลค่าหนี้รวมกว่า 6,000 ล้านบาท นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตสินทรัพย์และเสริมศักยภาพการเติบโตของบริษัท พร้อมต่อยอดกับโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” คาดสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า 15% ด้วยยอดผลเรียกเก็บเงินสดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า BAM ได้ซื้อหนี้ด้อยคุณภาพแบบ Exclusive Big Lot จากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มูลค่าหนี้รวมกว่า 6,000 ล้านบาท เข้ามาบริหารจัดการตอกย้ำความแข็งแกร่งและศักยภาพทางการเงินในการเป็น AMC อันดับหนึ่งของประเทศ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตสินทรัพย์และเสริมศักยภาพการเติบโตของ BAM

การเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพครั้งนี้ BAM พร้อมต่อยอดโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” เข้ามาปรับใช้กับลูกหนี้ในพอร์ตของ SCB ทันที โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อเพิ่มโอกาสในการกลับมาตั้งหลักทางการเงินและสามารถชำระหนี้ได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับบทบาทของ BAM ในการเป็นผู้สร้างโอกาสทางการเงินและช่วยฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ โดยคาดว่าการลงทุนในครั้งนี้จะสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนได้มากกว่าร้อยละ 15 และคาดว่าจะสามารถเรียกเก็บเงินสดจากพอร์ตดังกล่าวได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ภายในปี 2569 นี้ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของบริษัทให้เติบโตตามเป้าหมาย

ดร.รักษ์ฯ กล่าวอีกว่าการเข้าซื้อหนี้ครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ BAM ในศักยภาพของตลาดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และตอกย้ำกลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น และยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจ โดยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างโอกาสให้ลูกหนี้กลับเข้าสู่ระบบการเงิน ส่งเสริมให้ทรัพย์สินที่มีศักยภาพสามารถกลับมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกครั้ง รวมทั้งขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน