TRENDING: กบข เน้นทองคำ ปี 68 โต 9% Read More
TRENDING: SAM จับมือ NCB Read More
TRENDING: อัสสเดช ประกาศแผน 3 ปี ตลาดฯใช้กลยุทธ์เคาะประตู บจ รับผิดชอบ CG Read More
TRENDING: คิง เพาเวอร์ จับมือบัตเตอร์แบร์ เปิดสาขาใหม่สนามบินดอนเมือง Read More
TRENDING: ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ลงทะเบียนเกือบ 9 หมื่นราย Read More
คณะอนุ กมธ. คนพิการฯ วุฒิสภา จัดประชุม “เสียงจากดาวน์” ประมวลเสียงสะท้อนจากเด็กและเยาวชนกลุ่มดาวน์ซินโดรม รุกเสนอปลดล็อคกฎระเบียบข้อจำกัดด้านการศึกษาของเด็กพิการ พร้อมผลักดันการขยายผลสู่การพัฒนาอาชีพและการจ้างงานในอนาคต ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส กล่าวภายหลังการจัดเวทีประชุม “เสียงจากดาวน์” รับฟังเสียงสะท้อนจากเด็กและเยาวชนกลุ่มดาวน์ซินโดรม ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนกลุ่มนี้ รวมถึงปัญหา ข้อจำกัด เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ที่ผ่านมาว่า นอกเหนือไปจากการดูแลด้านสุขภาพ การฝึกฝน และส่งเสริมทักษะในด้านต่างๆ โดยความร่วมมือของทีมแพทย์และผู้ปกครอง เพื่อให้เด็กสามารถอยู่ร่วมกับสังคมภายนอกแล้ว ก้าวสำคัญที่จะเป็นใบบุกเบิกและเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพของคนพิการ คือ การศึกษา แต่ปัญหาสำคัญที่พบและเป็นมาตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบันคือ การขาดแคลนสถานศึกษารองรับ และเงื่อนไขการรับเข้าเรียนที่เข้มงวดเกินไป...
“ปลดล็อกศักยภาพชายแดนประเทศไทย” หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมมือกับธนาคารโลก ได้นำเสนอผลรายงานเชิงนโยบายล่าสุด ชี้พื้นที่ชายแดนไทยมีศักยภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เอื้อให้เติบโตได้ต่อเนื่อง พร้อมเป็นประตูสู่การค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย ประธานคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาการขับเคลื่อนวิทยสถาน “ธัชภูมิ” กล่าวถึงที่มาของงานนี้ว่า หน่วย บพท. ได้เล็งเห็นปัญหาการพัฒนาพื้นที่เมืองชายแดน ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถกำกับนโยบายของประเทศอื่นได้ สิ่งที่ประเทศไทยจะทำได้คือทำให้พื้นที่เมืองชายแดนของประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่กระจายความเจริญพอที่จะสร้างศูนย์กลางความเจริญไปสู่ภูมิภาคได้ ภายใต้โครงการวิจัยการพัฒนาพื้นที่เมืองชายแดนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งการจัดการปัญหาที่ซับซ้อนและความต้องการระบบ Area base Approach ที่จะเข้ามาสร้างกลไกการจัดการเสริมกับกลไกที่ทำงานแบบ Function base เพราะฉะนั้นวิธีการที่จะสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานได้คือความรู้ ข้อมูล ที่จะทำให้เกิดการมองเป้าที่ชัดเจนและจัดลำดับค