ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศเชื่อว่าหากสถานการณ์การรบระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลไม่บานปลายจะส่งผลต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจไม่เกิน 0.2 %ยอมรับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นแรงมีผลต่อเงินเฟ้อ พร้อมมีมาตรการรองรับหากการสู้รบยืดเยื้อยาวนาน นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าธนาคารได้ประเมินสถานการณ์ผลกระทบจากการที่สหรัฐอเมริกา ถล่มอิหร่านอย่างใกล้ชิดหลังจากการสู้รบทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นทางหลักในการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง โดยต้องติดตามเป็นรายชั่วโมงเพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เท่าที่ดูเบื้องต้นประเทศไทยเป็นเน็ทอิมพอร์ตการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง ในเบื้องต้นผลกระทบอยู่ในระดับที่ไม่มากนัก ณ สถานการณ์ปัจจุบันแต่หากเกิดความยืดเยื้อยาวนาน มีผลทำให้จีดีพีลดลงบ้าง 0.1-0.2 ส่วนที่จะกระทบมากคือเงินเฟ้อเพราะเงินเฟ้อมีราคาน้ำมันอยู่ในตระกร้าประมาณ 13 % แต่ในขณะนี้เงินเฟ้อของไทยอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว ปีนี้ประเมินว่าเงินเฟ้ออยู่ที่ประมาณ0.2-0.3% หากจะเพิ่มขึ้นธนาคารแห่งประเทศไทยก็ยังมีความสามารถในการดูแลภาพรวมในเรื่องนี้ได้ เ
ลดดอกเบี้ยเหลือ 6.05 แบ่งเบาภาระภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate เหลือ 6.05% ต่อปี นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ EXIM BANK ใช้สำหรับลูกค้าธนาคารซึ่งเป็นนิติบุคคลทั้งหมด รวมทั้ง SMEs เหลือ 6.05% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รวมทั้งบรรเทาผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม...