นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ร่วมคณะรัฐบาลไทยเข้าร่วมงาน Thailand-Vietnam Investment and Business Networking 2026 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและเวียดนาม เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการยกระดับมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อเร็ว ๆ นี้
งานดังกล่าวมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยมุ่งส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยและเวียดนาม และการสร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคตของทั้งสองประเทศ อาทิ พลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เทคโนโลยี AI และเซมิคอนดักเตอร์ ความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง และกลไกทางการเงินสำคัญของประเทศในการสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการขยายการลงทุนของภาคเอกชนไทยสู่เวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงของภูมิภาคอาเซียน รวมถึงส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าระหว่างไทยและเวียดนาม ผ่านบริการสินเชื่อ การประกันการส่งออก การสนับสนุนการลงทุนข้ามพรมแดน และโซลูชันทางการเงินระหว่างประเทศอย่างครบวงจร
นายชลัช กล่าวว่า EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่เป็น Strategic Financial Partner และ Financial Enabler สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถขยายธุรกิจ การลงทุน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาคได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเฉพาะในสาขาที่เป็น New Growth Engine ของทั้งสองประเทศ ภายใต้บทบาทสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา (Development Finance Institution: DFI) ของประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศของรัฐบาล สร้างโอกาสใหม่ด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันในระยะยาว
การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ในการสนับสนุนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระหว่างประเทศของรัฐบาล และการเป็นพันธมิตรทางการเงินเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าในภูมิภาคอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจไทยและเศรษฐกิจประเทศในอนาคต