TRENDING: กบข เน้นทองคำ ปี 68 โต 9% Read More

TRENDING: คิง เพาเวอร์ จับมือบัตเตอร์แบร์ เปิดสาขาใหม่สนามบินดอนเมือง Read More

TRENDING: SAM จับมือ NCB Read More

TRENDING: กบข ทำถึง ผลตอบแทนปี 68เกือบ 6% Read More

TRENDING: อัสสเดช ประกาศแผน 3 ปี ตลาดฯใช้กลยุทธ์เคาะประตู บจ รับผิดชอบ CG Read More

สิงหาคม 11, 2026

CKPower เผยกำไรจากการดำเนินงานครึ่งปีแรก 326 ล้านบาทพัฒนาระบบคาดการณ์น้ำ รับมือแนวโน้มเอลนีโญ

กรุงเทพฯ 11 ส.ค. 2569 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 2/2569 และครึ่งปีแรกของปี 2569 ว่า CKPower มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนปี 2569 จำนวน 210 และ 326 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 40 และ 22 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) และบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ลดลงตามปริมาณการขายไฟฟ้า ประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงของ BIC ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 อย่างไรก็ตามบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ XPCL ในไตรมาส 2 และช่วงครึ่งแรกของปีจำนวน 318 และ 517 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49 และ 134 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ทั้งนี้ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ XPCL เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากผลประกอบการของ NN2 และ BIC ที่ลดลง และช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในภาพรวมของ CKP ได้เป็นอย่างดี

สถานการณ์น้ำ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ระดับ 355 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแม้จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำน้อยลง ขณะที่ปริมาณน้ำเฉลี่ยที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ยังคงมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 15 ทั้งนี้ ข้อมูลพยากรณ์อากาศบ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ด้วยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการประกาศความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของบริษัท

ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ร้อยละ 77 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ขณะที่โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) กลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ภายใต้บริษัท บางเขนชัย จำกัด (BKC) ซึ่งได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ (MW) ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ภายใต้สัญญาระยะเวลา 25 ปี

สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.49 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.52 เท่า แสดงถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและรักษาความสามารถในการชำระหนี้ให้อยู่ในระดับเหมาะสม ขณะเดียวกัน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ต่ำกว่าปีก่อนคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของ XPCL และเป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยบริษัทยังคงติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและบริหารโครงสร้างหนี้ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

“ท่ามกลางความผันผวนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ พลังงานหมุนเวียนยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดย CKPower จะเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593” นายธนวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับ “บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower”
บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ 3 ประเภท จำนวน 18 แห่ง รวมขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 3,640 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย (1) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ภายใต้ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 46% (ถือผ่าน บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ภายใต้ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 42.5% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ และ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ภายใต้ บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 50% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,460 เมกะวัตต์ (2) โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 65% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 238 เมกะวัตต์ และ (3) โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 13 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางเขนชัย จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 100% จำนวน 11 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 28 เมกะวัตต์ ภายใต้บริษัท นครราชสีมา โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ และภายใต้บริษัท เชียงราย โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์