TRENDING: กบข เน้นทองคำ ปี 68 โต 9% Read More

TRENDING: อัสสเดช ประกาศแผน 3 ปี ตลาดฯใช้กลยุทธ์เคาะประตู บจ รับผิดชอบ CG Read More

TRENDING: คิง เพาเวอร์ จับมือบัตเตอร์แบร์ เปิดสาขาใหม่สนามบินดอนเมือง Read More

TRENDING: ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ลงทะเบียนเกือบ 9 หมื่นราย Read More

TRENDING: บอร์ด กบข. อนุมัติลาออก “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” Read More

มกราคม 20, 2026

ธปท. ผ่อนคลายเกณฑ์นำรายได้กลับประเทศ ขยายวงเงินเป็น 10 ล้านดอลลาร์ ลดแรงกดดันค่าเงินบาท

นางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและ ธปท. ได้ผ่อนคลายเกณฑ์การนำรายได้กลับประเทศ (Repatriation) ซึ่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษาวานนี้ (19 ม.ค. 69) โดยได้ขยายวงเงินรายได้ต่างประเทศของคนไทยและผู้ประกอบการไทยที่ไม่ต้องนำกลับเข้าประเทศเป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อครั้ง (จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อครั้ง) ซึ่งมูลค่าธุรกรรมการส่งออกที่ต่ำกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นประมาณร้อยละ 92 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด โดยมาตรการนี้จะช่วยลดแรงกดดันด้านแข็งค่าต่อเงินบาท เพราะผู้ประกอบการสามารถนำเงินดอลลาร์สหรัฐฯไปชำระค่าสินค้าหรือเก็บไว้บริหารจัดการต่อได้ โดยไม่ต้องขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และซื้อเงินบาท ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยลดต้นทุนในการโอนเงินระหว่างประเทศ รวมถึงเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการรายได้และรายจ่ายของผู้ประกอบการ

ซึ่งมาตรการนี้เป็นหนึ่งในหลายมาตรการที่ ธปท. ดำเนินการเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาทที่อาจไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน โดยที่ผ่านมา ธปท. ได้ยกระดับความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกรรมเงินตราต่างประเทศขาเข้า โดยเรียกตรวจเอกสารทุกธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นไป และเพิ่มความเข้มงวดให้ธนาคารพาณิชย์เรียกตรวจเอกสารธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับทองคำ รวมถึงอยู่ระหว่างการออกประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเพื่อเรียกข้อมูลการซื้อขายทองคำ และพิจารณากำหนดเพดานการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์สกุลบาท เพื่อลดแรงกดดันด้านแข็งค่าของเงินบาท

อ่านรายละเอียดประกาศผ่อนคลายเกณฑ์การนำรายได้กลับประเทศได้ที่ https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/102609.pdf
อ่านรายละเอียดประกาศให้อำนาจ ธปท. ในการกำกับธุรกรรมทองคำได้ที่ https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/102610.pdf