ให้หน่วยราชการนำที่ดินไปพัฒนา
โปรเจคแรก สธ ขยายการให้บริการโรงพยาบาลนครพิงค์
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่าที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสุดของกรมธนารักษ์ที่มีถึง 12.6 ล้านไร่ที่อยู่ภายใต้หน่วยราชการ ภายใต้ยุทธศาสตร์ของกรมธนารักษ์จะถูกนำมาดำเนินการจัดหาประโยชน์ โดยในปีนี้ได้ลงนามกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำที่ดินมาพัฒนาภายใต้เงื่อนไข สนับสนุนด้านสังคมและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน และเป็นการช่วยเหลือหน่วยงานราชการด้วยกันที่ต้องการพัฒนาแต่จัดหางบประมาณไม่เพียงพอ
ที่เริ่มกระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงแรกเพราะเห็นว่าขณะนี้สังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย การบริการสาธารณสุขยังมีความต้องการอีกมาก จึงได้มอบอำนาจให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณะสุข ดำเนินการจัดหาประโยชน์ในพื้นที่ที่อยู่ในความครอบครองและจะใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบในการดำเนินการกับกระทรวงอื่นๆ อีกต่อไป
อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวอีกว่า เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีที่ราชพัสดุรวมกว่า 12.6 ล้านไร่ แต่กว่า 10 ล้านไร่
อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการ โดยบางพื้นที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ
เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ส่งผลให้ประเทศสูญเสียโอกาสในการพัฒนา เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดดังกล่าว
กรมธนารักษ์ จึงพลิกบทบาทจาก “ผู้ดูแล” สู่ “ผู้ขับเคลื่อน” ผ่านโครงการ Landlord Sharing
ซึ่งเป็นการนำที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาพัฒนาภายใต้โครงการเชิงสัง
คม เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน
ลดภาระงบประมาณแผ่นดิน ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน
โดยกรมธนารักษ์ได้จัดทำหลักเกณฑ์มอบอำนาจให้หน่วยงานที่ครอบครองที่ราชพัสดุสามารถดำเนินการใช้ประโยชน์ได้โดยตรงภายใต้กรอบการกำกับที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดขั้นตอนทางราชการ
หัวใจสำคัญของโครงการนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ VALUE ที่มุ่ง สร้างคุณค่า (Value Creation) และ แบ่งปันคุณค่า
(Value Sharing) ผ่านการใช้ทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์รอบด้าน ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ,การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน, การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนบริการสาธารณะที่จำเป็นปลดล็อกศักยภาพที่ราชพัสดุเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
รูปแบบของโครงการLandlord Sharingกรมธนารักษ์ได้จัดทำหลักเกณฑ์และคุณสมบัติที่ชัดเจนเพื่อเป็นกรอบการทำงานที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพโดยมุ่งเน้นสนับสนุนโครงการเชิงสังคมที่อยู่ภายใต้ภารกิจตามกฎหมายของหน่วยงาน
รวมถึงโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือชุมชนโดยรอบ มีเงื่อนไขสำคัญดังนี้
1. เป็นโครงการเชิงสังคมด้านสาธารณสุข ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต
2. โครงการต้องเป็นไปตามภารกิจและกฎหมายของส่วนราชการนั้นๆ
3. ไม่เป็นโครงการภายใต้กฎหมาย PPP และการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจ
4. เปิดประมูลให้เอกชนพัฒนาโครงการและจัดสรรพื้นที่ตามโครงการให้ส่วนราชการใช้ในราชการ
5. ดำเนินการ…ตามขั้นตอนและวิธีตามกฎหมายที่ราชพัสดุและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
6. นำส่งรายได้จากการให้เอกชนเช่าที่ราชพัสดุนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
7. มีมาตรการกำกับและควบคุมราคาค่าบริการที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับประชาชน
8. รายงานผลการดำเนินการให้กรมธนารักษ์ทราบทุกไตรมาส
นายเอกนิติระบุว่าโครงการนำร่องอยู่ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ที่ต้องการเพิ่งจำนวนเตียงผู้ป่วยจาก 650 เตียงเป็น 810 เตียง โดยโรงพยาบาลนครพิงค์มีที่ดิน เพื่อให้เอกชนเข้าไปประมูลก่อสร้างอาคาร ตามวัตถุประสงค์ของโรงพยาบาลส่วนที่เหลือ เอกชนสามารถดำเนินธุรกรรมเชิงพาณิชย์ได้ แต่จะต้องสอดคล้องกับธุรกรรมหลักคือโรงพยาบาลนครพิงค์คือการก่อสร้างอาคารสำหรับศูนย์บริการทางการแพทย์ หอผู้ป่วยพิเศาและอาคารที่จอดรถ และราคาของการให้บริการหรือค่าเช่าจะต้องถูกำหนดโดยหลักเกณฑ์ของกรมธนารักษ์คือจะมีอาร์โออี ร้อยละ 3 โดยจะต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อกรมธนารักษ์ทุกไตรมาส
โครงการนำร่องมีทั้งหมด 6 โครงการ ได้แก่
1. โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย หอผู้ป่วยพิเศษ พื้นที่บริการทางการแพทย์ และอาคารจอดรถ
2. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จังหวัดเชียงราย ประกอบด้วย ศูนย์ Wellness (ศูนย์สุขภาพและฟื้นฟู)
สถานพักฟื้นและรอรักษา พื้นที่บริการทางการแพทย์ และอาคารจอดรถ
3. โรงพยาบาลสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ประกอบด้วย ศูนย์บริการมะเร็ง หัวใจ และเวชศาสตร์วิถีชีวิต
พื้นที่บริการทางการแพทย์ และอาคารจอดรถ
4. โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย หอผู้ป่วยพิเศษ พื้นที่บริการทางการแพทย์
และอาคารจอดรถ
5. โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (โรงพยาบาลบางละมุง) จังหวัดชลบุรี ประกอบด้วย หอผู้ป่วยพิเศษ
ที่พักระหว่างการรักษา พื้นที่บริการทางการแพทย์ และอาคารจอดรถ
6. โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ประกอบด้วย อาคารบริการและสนับสนุนทางการแพทย์
เพื่อสานต่อความสำเร็จดังกล่าว
โอกาสนี้กรมธนารักษ์จึงได้ร่วมลงนามในบันทึกความตกลงเรื่องการมอบอำนาจให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธาร
ณสุขดำเนินการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่อยู่ในความครอบครอง
นายเอกนิติ กล่าวว่า“ความร่วมมือนี้จะช่วยให้กระทรวงสาธารณสุขสามารถพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุเพื่อรองรับโครงการด้านการแพทย์ได้คล่องตัวขึ้น ลดภาระงบประมาณ และเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชนได้อย่างทั่วถึง
ถือเป็นต้นแบบความร่วมมือที่สามารถขยายผลไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ในอนาคต”พัฒนาอย่างยั่งยืน บนฐานความคุ้มค่าทางสังคม
นายเอกนิติ ย้ำในตอนท้ายว่า โครงการ Landlord Sharing เป็นหนึ่งในโครงการเรือธง (Flagships) ของกรมธนารักษ์
ตามยุทธศาสตร์ VALUE ที่มุ่งเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม
และวัฒนธรรม เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน